บ้านรักไทย

บ้านรักไทย

Highlight
  • สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาบ้านรักไทย คือการมาดูไอหมอกบนน้ำตอนเช้า ซึ่งไอหมอกบนน้ำจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม และจะเกิดได้มากที่สุดในช่วงเดือนมกราคม-กลางกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่แม่ฮ่องสอนมีอากาศหนาวเย็นสุด ส่วนฤดูฝนไม่ต้องมาไม่มีแน่นอน
  • ไอหมอกบนน้ำจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กลางคืนและจะมีมากที่สุดตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น หลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 30 นาที ไอหมอกจะเริ่มสลายหายไปจนหมด ดังนั้นต้องรีบๆหน่อย
  • ร้านอาหารลีไวน์รักไทยรสชาติดีที่สุด ส่วนเรื่องที่พักต้าเหล่าซือได้เปรียบเรื่องติดหนองน้ำใกล้ชิดกับไอหมอกได้ดีกว่า ส่วนบ้านพักลีไวน์รักไทยจะได้เปรียบเรื่องมุมสูง แล้วแต่ใครชอบแบบไหนจองทันอันไหนเอาอันนั้น สำหรับทางขึ้นมาบ้านรักไทย ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร โดยเฉพาะช่วงน้ำตกผาเสื่อ เส้นทางนี้น้อง ๆ อ่างขาง แต่รถทุกชนิดสามารถไปได้หมด เครื่อง 1.2 ก็ไปได้

1. บ้านรักไทย ชุมชนจีนยูนนานที่ต้องมาเยือน

ถ้าหากพูดถึงหมู่บ้านที่มีความสวยงามและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครในไทยแล้ว ก็คงหนีไม่พ้น ”หมู่บ้านรักไทย” ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นเป้าหมายยอดนิยมของนักเดินทางเมื่อได้มาเยือนแม่ฮ่องสอน ด้วยที่ตั้งของบ้านรักไทยอยู่บนพื้นที่ราบหุบเขาสูงติดกับชายแดนพม่า รอบ ๆเต็มไปด้วยภูเขา ตรงกลางหมู่บ้านมีแอ่งน้ำ แน่นอนว่าความงามของ Landscape ที่นี่อยู่ในระดับสิบกะโหลก แล้วจะสวยพีคที่สุดในช่วงฤดูหนาว เพราะช่วงนี้แอ่งน้ำกลางหมู่บ้านจะมีไอหมอกลอยออกมาอย่างตระการตา เรียกได้ว่าเป็น Signature ของที่นี่เลยทีเดียว นอกจากนี้บ้านรักไทยมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี จึงเหมาะกับการปลูกพืชเมืองหนาวอย่างชาอู่หลง ขอบอกเลยว่า “ชาอู่หลงที่นี่มีความหอมไม่แพ้กับดอยแม่สลอง(แม่สลองหอมกว่านิดนึง)” สุดท้ายผมคิดว่าการมาเที่ยว “บ้านรักไทย” จะออกแนวแบบสบาย ๆสไตล์ชิว ๆ ตื่นเช้ามารับไอความหนาว ดูไอหมอกละไปบนน้ำพร้อมจิบชาร้อน ๆ หอม ๆ

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

 

2. เก็บไอหมอกบนน้ำที่บ้านรักไทย

สำหรับสาย Landscape แล้ว ผมยกให้บ้านรักไทยเป็นอีกหนึ่งสถานที่สักครั้งในชีวิต ต้องมาเก็บไอหมอกบนน้ำพร้อมกับแสงสีทองตอนเช้าที่สมบูรณ์ที่สุดให้ได้ ซึ่งไอหมอกบนน้ำที่บ้านรักไทยจะเริ่มเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงกลางดึก(ถ้าวันไหนหนาว ๆสัก 2-3 ทุ่มก็เริ่มมีแล้ว) แต่ปริมาณไอหมอกจะเยอะมากที่สุด ก็ตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น พอหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นมาแล้วประมาณ 30 นาที ไอหมอกจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ เนื่องจากอากาศที่ผิวน้ำอุ่นขึ้น แนะนำใครที่ตั้งใจไปดูไอหมอกเหนือน้ำ ต้องตื่นเช้า ๆ และควรวางแผนหามุมถ่ายรูปตั้งแต่ตอนเย็นเพราะถ้ามัวมานั่งหามุมกันตอนเช้าผมว่าอาจไม่ทันไอหมอกบนน้ำนะครับ หรือต่อให้ได้รูปแต่มุมภาพที่ได้อาจจะไม่เด็ด ต้องอย่าลืมว่าหมอกไอน้ำจะหายไปหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นเพียง 30 นาที เท่านั้น ส่วนมุมถ่ายรูปของบ้านรักไทยมีเยอะมาก ๆ ก็แล้วแต่ว่าใครจะไปมุมไหน ไม่จำเป็นต้องซ้ำกับมุมผมก็ได้ จัดได้ตามใจชอบเลย

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

 

3. ไปบ้านรักไทยช่วงไหน? ไม่พลาดไอหมอกบนน้ำแน่นอน

นักท่องเที่ยวหลายคนมาบ้านรักไทย แต่กลับไม่เจอไอหมอกบนน้ำเหมือนในรูปภาพตามเพจท่องเที่ยวหรือรีวิวในพันทิปเลย ดังนั้นผมจะมาชำแหละเลยว่า “วางแผนเที่ยวอย่างไรให้เจอหมอกสวย ๆตามแบบภาพในเพจเว็บรีวิวท่องเที่ยว” เริ่มจากต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าไอหมอกบนน้ำที่เกิดขึ้นเหนือพื้นน้ำ เป็นหมอกที่มีลักษณะแบบ “หมอกไอน้ำ(stream fog)” ซึ่งเกิดจากอากาศเย็นจัดลอยไปบนผิวน้ำที่อุ่นกว่าอากาศ น้ำที่อุ่นจะระเหยไปกระทบอากาศเย็นจัดเหนือน้ำ เนื่องจากอากาศเย็นจะมีความสามารถอุ้มไอน้ำได้น้อย ทำให้น้ำที่ระเหยควบแน่นกลายเป็นหมอกไอน้ำทันที คล้ายกับการอาบน้ำอุ่นในห้องแอร์แล้วมีควันลอยเต็มห้องน้ำ และแอ่งน้ำไหนที่มีความนิ่ง ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดไอหมอกบนน้ำได้มากขึ้น เพราะว่าน้ำที่นิ่งจะสะสมความร้อนจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวันได้ดีกว่าน้ำที่มีการไหลนั่นเอง ดังนั้นกลางวันท้องฟ้าต้องโปร่งด้วย แดดจะช่วยส่องทำให้แอ่งน้ำอุ่นขึ้น หากวันไหนกลางวันมีเมฆมาก เช้าวันต่อมาโอกาสเกิดไอหมอกบนน้ำจะน้อยตาม หรือมีไม่เยอะ

ไอหมอกบนน้ำ บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

ไอหมอกบนน้ำ บ้านรักไทย แม่ฮ่องสอน

จากการสังเกตของผมแล้วหมอกชนิดนี้จะเจอได้ดีในวันที่ลมค่อนข้างสงบ และจะต้องเป็นวันที่อุณหภูมิอากาศลงต่ำมาก ๆ สำหรับทางภาคเหนือของไทยแล้วอุณหภูมิควรต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียส และจะเกิดขึ้นเยอะมาก ๆ เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส แล้วไปช่วงไหนถึงจะเจออุณหภูมิต่ำขนาดนี้? ถ้าเอาแบบแน่นอนเลยก็ประมาณช่วงสัปดาห์ปลายเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์(20 ม.ค. – 15 ก.พ.) เพราะเป็นช่วงที่แม่ฮ่องสอนมีอุณหภูมิพื้นราบต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียส ทำให้บ้านรักไทยยังไงก็ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส แน่ ๆ  เนื่องจากว่าบ้านรักไทยตั้งอยู่บนภูเขาสูงเฉลี่ย 1,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล และอยู่สูงกว่าตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 830 เมตร ทำให้ตอนเช้าที่นี่มีอากาศเย็นกว่าตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเฉลี่ยประมาณ 4 – 5 องศาฯ ตามตารางด้านล่างเลย

ตารางค่าประมาณอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยในแต่ละเดือนที่บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน
ตารางค่าประมาณอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยในแต่ละเดือนที่บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน

จากตารางเห็นได้เลยว่า ถ้ามาเพื่อตั้งใจมาดูไอหมอกเหนือน้ำ ช่วงฤดูฝนไม่ต้องมาเลย ไม่มีแน่นอน แต่ถ้าใครชอบความเขียวมีหมอกละตามภูเขาก็มาหน้าฝนได้ ซึ่งจะได้อารมณ์ไปอีกแบบ และจากตารางจะเห็นได้ว่าเดือนมีนาคมมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำมาก แน่นอนว่ามีไอหมอกบนน้ำแน่ ๆ แต่ผมไม่ค่อยแนะนำให้ไปนะครับ เพราะช่วงนี้มีไอหมอกบนน้ำก็จริง แต่ว่าท้องฟ้าโดยส่วนใหญ่จะปกคลุมไปด้วยหมอกควัน นอกจากจะถ่ายรูปออกมาไม่สวยแล้ว(ท้องฟ้าเป็นฝ้าขาว) ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย ถ้าเลี่ยงได้ควรเลี่ยงอย่างยิ่ง

ดังนั้น ที่หลายคนถามผมว่า “บ้านรักไทย” ไปช่วงเดือนไหนสวยที่สุด? ผมขอตอบตรงนี้เลยว่า “ช่วงกลางเดือนมกราคม – กลางเดือน กุมภาพันธ์” เพราะมีโอกาสเจอไอหมอกลอยบนน้ำได้มากที่สุด และท้องฟ้าด้านบนยังไม่มีหมอกควันมารบกวน 

4. แสงเย็นที่บ้านรักไทยก็สวยงามไม่แพ้ตอนเช้า

ผมเองเป็นหนึ่งในคนที่ตั้งใจมาบ้านรักไทยเพื่อต้องการถ่ายรูปไอหมอกบนน้ำช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านรักไทยสวยมากที่สุด แต่พอดีผมไปถึงที่บ้านรักไทยตั้งแต่บ่ายสามจึงมีโอกาสได้เก็บแสงเย็น ทำให้ผมค้นพบว่าแสงเย็นที่บ้านรักไทย ก็สวยไม่แพ้ตอนเช้าเลยเพียงแต่ไม่มีหมอกเท่านั้น แนะนำว่าใครไปบ้านรักไทยแล้วควรขึ้นไปถึงประมาณบ่ายสามหรือก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 2-3 ชั่วโมง นอกจากจะเก็บแสงเย็นทันแล้วก็จะได้วางแผนหามุมถ่ายรูปเด็ด ๆตอนเช้าด้วย หรือใครที่ไม่ได้เป็นสายถ่ายรูป ก็ไปนั่งจิบชากาแฟได้ไม่ว่ากัน

 

5. ไปบ้านรักไทยกินที่ไหน นอนที่ไหนดี

บ้านรักไทยร้านไหนอร่อย ที่พักไหนดี เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่หลายคนถามผมมาตลอด ซึ่งจริง ๆแล้วในหมู่บ้านรักไทยจะมีที่พักที่กินที่ดังๆอยู่ 2 แห่ง ก็คือ “บ้านลีไวน์รักไทย” กับ “ต้าเหลาซือ” ผมว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้รับค่าโฆษณาใด ๆจากที่พักและร้านอาหารในบ้านรักไทย สิ่งที่ผมเขียนจึงมาจากรสนิยมส่วนตัวล้วน ๆนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลามาเริ่มจากของกินก่อนแล้วค่อยไปที่พัก

ร้านอาหาร ปกติแล้วผมเป็นคนที่ชอบกินรสจัดออกไปทางเค็มและเผ็ดอารมณ์อาหารใต้ เมื่อลองอาหารจีนยูนนานไม่ว่าจะร้านไหนก็จืดเหมือนกันหมด ผมเองก็ลองกินทั้งต้าเหล่าซือและบ้านลีไวน์รักไทย เรื่องอาหารผมขอมอบให้กับบ้านลีไวน์รักไทยรสชาติถือว่าโอเคที่สุดแล้ว ถึงแม้จะจืดแต่อาหารก็มีความหอมน่าชวนกินนะครับ  โดยเฉพาะหมั่นโถวที่นี่อร่อยมาก ๆ ผมไม่เคยกินหมั่นโถวที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่มาก่อน ยังไงก็ตามเมื่อมาถึงบ้านรักไทยแล้วเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ผมว่าก็ไม่ควรพลาดกินอาหารจีนยูนนานนะครับ(แม้จะจืดก็ตาม)

ร้านอาหารลีไวน์รักไทย บ้านรักไทย

ร้านอาหารลีไวน์รักไทย บ้านรักไทย

ร้านอาหารลีไวน์รักไทย บ้านรักไทย

 

รีสอร์ทที่พัก สำหรับเรื่องที่พักแล้วลีไวน์รักไทยกับต้าเหลาซือ มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เริ่มจากบ้านลีไวน์รักไทยบ้านพักจะอยู่บนเนินเขามีไร่ชาล้อมรอบ เหมาะกับการเก็บแสงเย็นมาก ใครชอบสไตล์นี้จองโลด เต็มเร็วมากแนะนำให้จองล่วงหน้า 1-2 เดือน ส่วนต้าเหลาซือบ้านพักวิวจะเน้นไปทางหนองน้ำ ซึ่งตอนเช้าผมยอมรับเลยว่าวิวต้าเหลาซือเด็ดกว่าลีไวน์รักไทย เนื่องจากที่นี่ติดกับหนองน้ำทำให้ใกล้ชิดกับไอหมอกบนน้ำ เรียกได้ว่าเปิดประตูที่พักมาตอนเช้าก็เจอไอหมอกปะทะหน้าเลย

สรุปให้นะครับ ลีไวน์รักไทยบ้านพักวิวบนเนินเขามีไร่ชาเขียว ได้เปรียบเรื่องวิวกว้างไกล และอาหารอร่อยที่สุด แต่เสียเปรียบสำหรับคนตั้งใจไปดูไอหมอกบนน้ำ เพราะมันอยู่ไกลจะเก็บได้แค่ภาพมุมกว้างอย่างเดียว ส่วนต้าเหล่าซือได้เปรียบสำหรับคนตั้งใจไปดูหมอกไอน้ำ เพราะบ้านพักอยู่ใกล้หนองน้ำมาก ๆ เปิดประตูออกมาก็เห็นไอหมอกเลย ส่วนอาหารที่นี่ก็ไม่ได้แย่ แต่อร่อยไม่เท่าลีไวน์รักไทย จริง ๆ แล้วจะพักที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะมัน สามารถเดินเข้าไปหามุมถ่ายรูปส่วนไหนก็ได้แม้เราจะไม่ได้พักที่นั้น ๆ ผมเองพักต้าเหลาซือ แต่ไปกินข้าวเย็นร้านลีไวน์ เดินเล่นลีไวน์ ตอนเช้ากินต้าเหลาซือ เดินเล่นต้าเหลาซือ ใครสนใจพักบ้านลีไวน์รักไทย กับ ต้าเหล่าซือ ผมแปะข้อมูลติดต่อที่พักไว้ตามลิงค์ด้านล่างเลย

บ้านลีไวน์รักไทย เบอร์โทร 089 552 9650

บ้านต้าเหล่าซือ เบอร์โทร 089 557 2258

นอกจากนี้ยังมีที่อื่นให้พักอีกนะครับ สุดท้ายใครมีร้านดี ๆ ที่พักใหม่ ๆมาแนะนำก็อินบ็อกมาหาผมได้เลย

ต้าเหลาซือ

ต้าเหลาซือ

ต้าเหลาซือ

 

6. การเดินทางมาบ้านรักไทยยากไหม ต้องระวังจุดเสี่ยงไหนบ้าง

ตามที่ผมได้บอกไปแล้วว่า “บ้านรักไทย” ตั้งอยู่บนหุบภูเขาสูง ดังนั้นทางไปไม่ใช่ทางราบธรรมดาแน่ ๆ การเดินทางไปบ้านรักไทยจะใช้เส้นทางเดียวกับไปปางอุ๋งหรือพระตำหนักปางตอง เริ่มจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนมาประมาณ 10 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปทางหลวงชนบท มฮ. 4001 ทางเดียวกับที่ไปภูโคลนหรือสะพานซูตองเป้ ขับไปเรื่อย ๆ พอเห็นป้ายเลี้ยวไปบ้านรักไทยหรือพระตำหนักปางตอง ก็ให้เลี้ยวซ้ายตามป้าย ช่วงกิโลเมตรที่ 16 จนถึงพระตำหนักปางตอง จะเป็นช่วงที่โค้งแคบและชันหักศอกประมาณ 8% (น้อง ๆอ่างขาง) หรือชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ช่วงน้ำตกผาเสื่อ ช่วงนี้จะต้องใช้ระมัดระวังในการขับรถมากที่สุด ขาขึ้นพยามใช้เกียร์ต่ำคุมรอบเครื่องไม่ให้เกิน 3,000 จะดีที่สุด มันอาจจะขึ้นช้าหน่อยแต่เครื่องไม่มี Heat แน่นอน ส่วนขาลงใช้เกียร์ 1-2 เพื่อช่วยเบรก(Engine Break)เวลาลงเขา พยามใช้เบรกให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่าลากเบรกยาว เพราะเป็นช่วงที่ขึ้นลงเขาชันยาวประมาณ 7 กิโลเมตรได้ ถนนลาดยางตลอดสายไม่มีดินโคลน รถทุกคันสามารถไปได้ เครื่อง 1.2 ก็ไปได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่ก่อนมาต้องเช็คเครื่องเช็คเบรกให้ดี คนขับพร้อมไปได้หมด ขับด้วยความไม่ประมาทไม่มีอันตรายแน่นอน

ทางขึ้นบ้านรักไทย

ทางขึ้นบ้านรักไทย

 

7. เรียนรู้อดีตของชาวจีนยูนนาน ณ บ้านรักไทย

บ้านรักไทย เป็นชุมชนชาวจีนยูนนาน อดีตทหารจีนพรรคก๊กมินตั๋ง ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานสมัยที่จีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นระบอบสังคมนิยม ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแล้วหลายสิบปี แต่กลิ่นอายของความเป็นคนจีนยูนยานก็ยังคงอยู่ ผู้คนในหมู่บ้านนี้ก็ยังคงพูดภาษาจีนสำเนียงโบราณ และยังคงวิถีชีวิตศิลปะวัฒนธรรมประเพณีของชาวจีนไว้ จริง ๆแล้วก็เป็นกลุ่มคนเดียวกันกับดอยแม่สลองนั่นแหละ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชาอู่หลงบนนี้จะหอมคล้าย ๆกับชาบนดอยแม่สลอง

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน

“ทหารจีนคณะชาติ” คือกองกำลังทหารจีนที่สนับสนุนการดำเนินงานของ “พรรคก๊กมินตั๋ง” ที่ต่อต้าน “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” กองกำลังทหารคณะนี้ได้เคยให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลไทยในการเข้าไปปราบปรามกลุ่มคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่บนภูเขาสูงทางภาคเหนือ เช่น เขาค้อ ภูทับเบิก ภูพยัคฆ์(น่าน) ภูลังกา ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง แต่ภายหลังเมื่อกระแสการเมืองระหว่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้รัฐบาลไทยต้องการสัมพันธไมตรีกับรัฐบาลจีนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์(เหยียบเรือสองแคมนี่ไทยถนัดมาก ๆ ฮ่า ๆ) แต่ในขณะนั้นทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกายังคงให้การสนับสนุนกองกำลังทหารจีนคณะชาติ(ฝ่ายประชาธิปไตย)อยู่ จึงได้เสนอความช่วยเหลือไทยในการขนถ่ายกองกำลังดังกล่าวออกจากประเทศไทยไปสู่ “เกาะไต้หวัน” แต่ก็ยังคงมีอดีตนายทหารกองกำลังฯ รวมถึงครอบครัวบางส่วนซึ่งไม่ต้องการจะย้ายออกไป คือจะอยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างเดิมนั่นแหละ ทางรัฐบาลไทยจึงได้เสนอความช่วยเหลือ โดยการมอบสัญชาติไทยและจัดหาพื้นที่ทำกินรวมถึงที่อยู่อาศัยให้ ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในไทยสามารถนำเงินรายได้เข้าท้องถิ่นได้มหาศาล

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน

โดยปกติแล้วเรามักจะเรียกชาวจีนที่อพยพมาจากยูนนานหรือแถบตะวันตกเฉียงใต้ของจีนว่า “ชาวจีนยูนนาน” แต่ว่าชาวล้านนาหรือทางภาคเหนือของไทยสมัยก่อนมักจะเรียกว่า “จีนฮ่อ” ซึ่งน่าจะมาจากคำว่า “ฮ่อ” หรือ “ห้อ” ที่ย่อมาจากคำภาษาจีนว่า “ซีเอ้อห่อหมาน”  ซึ่งแปลว่า ”กลุมชนเผ่าที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหนองแส” แม้ว่าปัจจุบันกลุ่มชนเผ่าเหล่านี้ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่เมืองคุณหมิงกันหมดแล้ว แต่คำว่าชาวจีนฮ่อก็เรียกสืบต่อมาจนตอนนี้

บ้านรักไทย ตอนกลางคืน