เชียงราย

เชียงราย

 

เชียงรายนครหลวงแห่งทะเลหมอกภูเขาและชาไทย

 

“จังหวัดเชียงราย” นอกจากเป็นหนึ่งในเมืองรองที่มีธรรมชาติสวยงามเป็นลำดับต้น ๆของประเทศแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่แพ้กันเลย ก็คือรสชาติความหอมของชานั่นเอง ขอบอกเลยว่า “แม้เชียงรายจะเป็นเมืองรอง แต่รสชาติชากาแฟไม่เป็นรองแน่นอน” จากการเดินทางของผมที่ไปมาแล้วทั่วภาคเหนือ ชาที่มีความหอมอร่อยมากที่สุดของเมืองไทยอยู่ที่จังหวัดเชียงรายนี่แหละครับ ใครสายกินชาแบบผมไม่ควรพลาดชาบนดอยแม่สลองเป็นอย่างยิ่ง(มันหอมมาก ๆ) ส่วนคอกาแฟก็ต้องไปดอยช้าง ในปัจจุบัน”เชียงราย” เป็นหนึ่งในเมืองรองที่มีผู้คนมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากการเดินทางค่อนข้างสะดวกมีเที่ยวบินตรงหลายเที่ยวบิน ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ถูกนำเสนอตามกระทู้หรือเว็บท่องเที่ยวไปกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น วัด ภูเขา น้ำตก ดังนั้นเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการเดินทางผมจะนำเสนอการท่องเที่ยวในรูปแบบว่า “ถ้าหากเราไปสถานที่นั้น ๆ แต่ละช่วงเวลาจะมีความสวยงามต่างกันอย่างไร แล้วไปตอนไหนถึงมีโอกาสเจอธรรมชาติสวยงามอลังการมากที่สุด” อันที่จริงแล้ว “เชียงราย” ถือเป็นจังหวัดแรกของการมาเยือนภาคเหนือของผมด้วย แต่ตอนนั้นผมอยู่ประถมได้ ด้วยความยังเป็นเด็กจึงซึมซับบรรยากาศต่าง ๆ ได้ไม่ค่อยดี จนกระทั่งผมมีโอกาสได้มาเยือนเชียงรายอีกครั้งตอนอยู่มหาลัยปีหนึ่ง นับเป็นครั้งที่ทำให้ผมรู้สึกหลงใหลของความงามเทือกเขาในภาคเหนือมาก ๆ ไม่ต้องบอกว่าที่ไหนที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น ก็คงหนีไม่พ้นภูชี้ฟ้า ซึ่งผมยกให้ภูชี้ฟ้าขึ้นหิ้งเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สวยสุดของไทยไปแล้ว ดังนั้นหากจะบอกว่าเชียงรายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมชอบเที่ยวภูเขาก็คงไม่ผิดนัก และแถมเป็นสถานที่ครูสอนถ่ายภาพผมด้วย สุดท้ายผมคิดว่า “ไม่ว่าใครก็ตามควรหาโอกาสมาเที่ยวเชียงรายให้ได้ อย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต” ผมรับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน

หลายคนถามว่า “เชียงราย” ไปช่วงไหนดีที่สุด? ผมขอตอบเลยว่าปลายฝนต้นหนาว หรือ เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพราะมีโอกาสเจอทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้า ดอยช้าง ดอยแม่สลอง ได้มากที่สุด ยิ่งหากคืนไหนมีฝนตกลงมาด้วยแล้วเช้าวันต่อมาหมอกเยอะแน่นอน และที่สำคัญเป็นโค้งสุดท้ายของการล่าทางช้างเผือก ไม่งั้นต้องรออีกทีเดือนมีนาคมเลยครับ

 

เที่ยวเชียงราย ไปช่วงไหนดี สภาพอากาศเชียงรายแต่ละเดือนเป็นอย่างไร

ตารางสภาพอากาศจังหวัดเชียงราย เก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2008–2020 ข้อมูลนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น ในบางครั้งที่สภาพอากาศแปรปรวนก็อาจไม่เป็นไปตามนี้ได้

เชียงราย หน้าฝน (กลางเดือนพฤษภาคม-กลางตุลาคม) จะเริ่มประมาณกลางเดือน พ.ค. ฝนที่ตกส่วนใหญ่เป็นฝนฟ้าคะนอง และตกไม่เกิน 1-2 ชม.(อาจมีลูกเห็บแถมให้ด้วย ฮ่า ๆ) แล้วจะเข้าฤดูฝนอย่างจริงจังก็ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ในช่วงนี้ฝนจะตกแบบต่อเนื่องติดต่อกันได้หลายวัน จนกระทั่งเข้าเดือนกันยายนฝนจะเริ่มลดลงจากฝนที่ตกยาวต่อเนื่องกลายเป็นฝนที่ตกต่อวันไม่เกิน 1-2 ชม. เท่านั้น  โดยทั่วไปแล้วฝนจะเริ่มหมดประมาณต้นเดือนตุลาคมบวกลบ 2 สัปดาห์ ส่วนอุณหภูมิหน้าฝนค่อนข้างคงที่ ในช่วงเช้าอากาศกำลังดีไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป แต่จะชื้นๆไปหน่อย ส่วนตอนกลางวันถ้าไม่มีเมฆปกคลุมก็ร้อนเหมือนกับที่อื่น ๆในไทย ข้อดีของการมาเที่ยวช่วงนี้นอกจากต้นไม้ป่าเขาเป็นสีเขียวแล้วตามภูเขาต่าง ๆจะมีเมฆหมอกปกคลุมภูเขาสูง ๆด้วย ซึ่งผมว่าสวยเลยทีเดียว

ทะเลหมอก บนดอยช้าง จะมีโอกาสเห็นได้มากที่สุดช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะเดือนกันยายน รีวิวดอยช้างเพิ่มเติม >>> ดอยช้าง เชียงราย

เชียงราย ช่วงปลายฝนต้นหนาว (กลางเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) ช่วงนี้ตอนเช้าอากาศจะเริ่มเย็น ๆ และอาจหนาวได้ในบางวัน(ช่วงที่ความกดอากาศลงมาแรง ๆ) ส่วนกลางวันก็ร้อนชื้น ๆเหมือนกับที่อื่น ๆ แต่ความพีคของช่วงนี้คือเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายระหว่างฤดูฝนกับฤดูหนาว ความชื้นที่สะสมจากฤดูฝนปะทะกับอากาศเย็นจากจีน ทำให้ไอน้ำในอากาศควบแน่นกลายเป็นหมอกได้ง่ายในตอนเช้า ดังนั้นใครที่อยากมาดูทะเลหมอกสวย ๆ(มาแล้วไม่แป็ก)ก็ต้องมาช่วงนี้แหละครับ โอกาสเจอทะเลหมอกเยอะที่สุดแล้ว ฝนในช่วงนี้ก็พอมีอยู่บ้างส่วนใหญ่ตกตามเทือกเขาสูง ๆ แล้วถ้าเย็นวันไหนมีฝนตกเช้าวันต่อมาเตรียมพบกับทะเลหมอกสุดอลังการได้เลย และข้อดีของช่วงนี้คือต้นไม้บนภูเขาเขียวเหมือนช่วงฤดูฝน ท้องฟ้าค่อนข้างใสไม่ค่อยมีหมอกแดดมาปกคลุม เอาเป็นว่าผมให้ช่วงนี้เป็นที่สุดของการมาเที่ยวเชียงรายแล้วละครับ

ทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้า จะสวยงามที่สุดช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือราวๆเดือนพฤศจิกายน รีวิวภูชี้ฟ้า >>> ภูชี้ฟ้า เชียงราย

เชียงราย หน้าหนาว (เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์) ต้องยอมรับว่าเชียงรายอยู่เหนือที่สุดของไทย ทำให้เข้าฤดูหนาวได้เร็วกว่าที่อื่น ๆในภาคเหนือ ช่วงนี้อากาศจะหนาวเย็นเต็มที่ บางครั้งที่ความกดอากาศสูงลงมาแรง ๆ ก็อาจเจออากาศหนาวจัดจนถึงเลขตัวเดียวได้เลย ในตอนกลางวันอากาศกำลังสบาย ๆอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 27-28 องศาเซลเซียส เท่านั้น (แต่ความแรงของแดดนี่เอาเรื่องนะ) ทะเลหมอกช่วงนี้พอมีอยู่บ้าง แต่ไม่สวยเท่ากับปลายฝนต้นหนาว สำหรับต้นไม้บนภูเขาช่วงนี้จะเริ่มไม่ค่อยเขียวแล้ว และทัศนวิสัยหรือความใสของท้องฟ้าเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ยิ่งเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มแย่ที่สุด สำหรับฝนในช่วงนี้จะมีเฉพาะช่วงที่กระแสลมตะวันตกพัดย้อยลงมาเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วจะตกเพียง 5-6 วัน/ช่วง ส่วนใหญ่เป็นฝนปรอย ๆ เมฆครึ้ม ๆ แล้วหากวันไหนฝนตก วันนั้นอากาศเย็นสบายทั้งวัน แต่ต้องระวัง เพราะบางครั้งมักแถมพ่วงลูกเห็บมาด้วย

พระอาทิตย์ขึ้นสวยงาม บนบ้านดอยผาฮี้ ช่วงหน้าหนาวท้องฟ้าแจ่มใส แต่ข้อเสียคือโอกาสเจอทะเลหมอกน้อยมาก รีวิวบ้านดอยผาฮี้ >>> ดอยผาฮี้และดอยช้างมูบ

เชียงราย หน้าร้อน (เดือนมีนาคม-กลางเดือนพฤษภาคม) ตรงกับฤดูแล้งของทางภาคเหนือ แน่นอนหนีไม่พ้นเรื่องของหมอกควัน ถึงแม้เชียงรายจะควบคุมการเผาได้ดี แต่ด้วยที่ตั้งติดชายแดนก็ทำให้เชียงรายได้รับผลกระทบหมอกควันที่ลอยมาจากเพื่อนบ้านอยู่ดี ในช่วงเดือนมีนาคมเป็นช่วงที่ทัศนวิสัยแย่สุด ถ้าเลี่ยงช่วงนี้ได้ควรเลี่ยงอย่างยิ่ง ประมาณช่วงเดือนเมษายนจะเริ่มขึ้นดีมาหน่อย เพราะในช่วงที่ความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาอาจมีฝนตกลงมาช่วยลดหมอกควันได้บ้าง ฝนที่ตกส่วนใหญ่เป็นฝนฟ้าคะนองและตกไม่เกิน 1-2 ชม.(อาจแถมลูกเห็บมาด้วย) ต้นไม้บนภูเขากำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูยังไม่ค่อยเขียวเท่าไหร่ ในช่วงนี้ตอนเช้าอากาศเย็น ๆ แต่ในช่วงกลางวันอากาศจะร้อน เฉลี่ยแล้วประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส(ถือเป็นจังหวัดที่อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย ร้อนน้อยสุดในภาคเหนือแล้วครับ) ส่วนใครที่คิดจะมาเที่ยวช่วงนี้ ผมแนะนำว่าให้รออีกนิดค่อยมาช่วงปลาย พ.ค. จะดีกว่ามาก

 

เที่ยวเชียงราย ไปไหนดี เข้าไปอ่านข้อมูลแต่ละสถานที่เที่ยวกันได้เลย

 

 

บทความเที่ยวเชียงราย วางแผนเที่ยว สายถ่ายรูปต้องไม่พลาดดด

 

 

ข้อแนะนำในการเที่ยวเชียงราย

 

  • ในช่วงกลางเดือน ต.ค. – พ.ย. จะเป็นช่วงที่ภูชี้ฟ้ามีโอกาสเกิดทะเลหมอกได้มากที่สุด ส่วนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพลมและความใสของท้องฟ้า ถ้าคืนวันไหนท้องฟ้าแจ่มไร้เมฆ ลมนิ่ง วันนั้นทะเลหมอกจะเยอะมาก แต่ถ้าคืนไหนเมฆเยอะ ลมแรง ทะเลหมอกก็มีน้อย หลังจากเดือน ม.ค. อาจต้องลุ้นทะเลหมอก บางวันมีบางวันไม่มี ยิ่งถ้าเลยปลาย ก.พ. ทะเลหมอกแทบจะไม่มีเลย
  • ดอยแม่สลองและดอยช้างจะสวยที่สุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะจะมีเมฆหมอกปกคลุมภูเขาสีเขียว ยิ่งเย็นวันไหนมีฝนตกเช้าวันต่อมาเตรียมพบกับอภิมหาโคตรทะเลหมอกได้เลย แต่ถ้าจะมาดูดอกพญาเสือโคร่งต้องมาช่วงต้น ๆเดือนมกราคม ที่นี่ดอกพญาเสือโคร่งจะออกเร็วกว่าที่อื่น ๆประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • สำหรับน้ำแข็งและเหมยขาบในเชียงราย จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความกดอากาศสูงลงมาจากจีนแรง ๆเท่านั้น(เส้น 1022 แตะเมืองเชียงราย นาน ๆที 2 ปีเกิดครั้งได้) บริเวณที่เกิดเหมยขาบมากที่สุดจะอยู่บนทางเดินขึ้นภูชี้ฟ้า และตามหุบเขาต่าง ๆไล่ไปตั้งแต่ อ.เทิง อ.เวียงป่าเป้า อ.พาน และช่วงที่เกิดน้ำค้างแข็ง ทะเลหมอกตามหุบเขาต่าง ๆรวมถึงภูชี้ฟ้าจะมีปริมาณไม่เยอะ ดังนั้นต้องเลือกเอาระหว่างเจอหมอกสวย ๆหรือเหมยขาบ