ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

Highlight
  • “ดอยอ่างขาง” มีจุดชมวิวทะเลหมอกหลัก ๆ ได้แก่ ม่อนสน ไร่สตอร์เบอรี่บ้านนอแล จุดชมวิวซุยถัง ใครอยากเปิดเต็นท์มาแล้วเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเลยให้ไปกางเต็นท์ที่จุดชมวิวม่อนสน ซึ่งจุดชมวิวม่อนสนจะสามารถเก็บแสงเช้าได้ตั้งแต่แสงสนธยาจนพระอาทิตย์ขึ้น(ทะเลหมอกมีบางวัน) ส่วนอีก 2 จุดที่เหลือจะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นโดยตรงได้ แต่จะมีทะเลหมอกเกือบทุกวันในช่วงฤดูหนาว
  • เหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งจะเกิดบริเวณสถานีเกษตรหลวง และจะมีโอกาสเกิดเยอะสุด ในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ซึ่งจะต้องเป็นช่วงที่ลมหนาวลงมาแรง ๆเท่านั้น ลมหนาวมาปกติจะไม่มี

1.ดอยอ่างขาง สถานที่เดียว เที่ยวได้ทั้งวัน

เมื่อให้นึกถึงสถานที่ในดวงใจหลายคนเมื่อมีโอกาสได้มาเยือนเชียงใหม่ ก็คงหนีไม่พ้นดอยอ่างขาง ด้วยดอยอ่างขางมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้เที่ยวได้ตลอดทั้งวัน และมีธรรมชาติที่สวยงามติดลำดับท็อบฮิตเชียงใหม่ นอกจากนี้ดอยอ่างข่างก็ยังเป็นหนึ่งในสถานที่มีโอกาสเห็นปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือแม่คะนิ้งได้ง่ายรองจากยอดดอยอินทนนท์ ดังนั้นไม่ว่าทั้งสายถ่ายรูปแนว Landscape หรือสายเที่ยวสบาย ๆสไตล์ชิว ๆ ก็ต่างตั้งเป้าหมายมายังดอยอ่างขางอย่างไม่ขาดสาย แม้ว่าทางขึ้นจะโหดเป็นลำดับต้นๆของประเทศก็ตาม “ดอยอ่างขาง” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาวที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-พม่า มีแนวความสูงตั้งแต่ 1,400-1,928 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งจุดสูงสุดจะอยู่ที่ยอดดอยอ่างขาง สูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,928 เมตร หากใครต้องการจะไปพิชิตยอดสูงสุด จะต้องไปเดินขึ้นที่จุดชมวิวม่อนสน เดินขึ้นไปประมาณ 500 เมตร ทางขึ้นค่อนข้างชัน และไม่ค่อยมีใครเดินขึ้นไปสักเท่าไหร่ เพราะว่าวิวข้างบนก็คล้าย ๆกับจุดชมวิวม่อนสนนี่แหละครับ

ดอยอ่างขาง เชียงใหม่ ไร่สตรอเบอรี่ บ้านนอแล
ดอยอ่างขาง เชียงใหม่ : ไร่สตอเบอรี่บ้านนอแล ช่วงสาย ๆ
ดอยอ่างขาง เชียงใหม่ ไร่สตรอเบอรี่ บ้านนอแล จุดชมวิวม่อนสน
จุดชมวิวม่อนสน หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ภูเขาระยะไกล ๆนั้นคือดอยหลวงเชียงดาว นั่นเอง
ดอยอ่างขาง เชียงใหม่ ทะเลหมอก
จุดชมวิวทะเลหมอก ซุยถัง ตรงนี้จะมีทะเลหมอกเกือบทุกวันในช่วงหน้าหนาว

ดอยอ่างขาง คำว่า “อ่างขาง” ในภาษาไทใหญ่แปลว่า “อ่างที่รูปคล้ายสี่เหลี่ยม“ เนื่องจากดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นหุบเขายุบตรงกลาง ที่เกิดจากการยุบตัวของเขาหินปูนในอดีต และด้วยลักษณะภูเขาสูงสลับกับหุบเขาตรงกลางแล้วแทบจะอยู่เหนือสุดของไทย แน่นอนว่าที่นี่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และมีอากาศหนาวจัดในช่วงฤดูหนาว ถ้าเทียบแล้วดอยอ่างขางสูงน้อยกว่าดอยอินทนนท์ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งดอยที่สามารถพบเหมยขาบหรือแม่คะนิ้งได้ทุกปี แต่อาจจะเกิดยากกว่าดอยอินทนนท์สักหน่อยนะครับ ตารางด้านล่างเป็นค่าอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือน จะใช้สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นจุดอ้างอิง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร

ตารางค่าประมาณอุณหภูมิบนดอยอ่าขาง เชียงใหม่ โดยใช้วิธีคิดลดแบบอะเดียบาติก
ตารางค่าประมาณอุณหภูมิบนดอยอ่าขาง เชียงใหม่ โดยใช้วิธีคิดลดแบบอะเดียบาติก

สำหรับวิธีดูว่าเช้าวันต่อไปจะมีแม่คะนิ้งหรือไม่ อย่างแรกเลยคือต้องดูพยากรณ์อากาศก่อนว่าเป็นช่วงที่ลมหนาวลงมาแรงหรือไม่ ถ้าเป็นช่วงลมหนาวลงมาแล้วอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ก็ยิ่งมีโอกาสเห็นได้มากขึ้น ต่อมาให้ดูว่าคืนวันนั้นท้องฟ้ามีเมฆหรือไม่ ถ้าไม่มีเมฆให้ดูต่อว่าลมนิ่งหรือไม่ ถ้าลมนิ่งเช้าวันต่อมามีโอกาสเกิดแม่คะนิ้งเกิน 90% ส่วนคืนวันไหนท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมเยอะ เช้าวันต่อมาโอกาสเกิดแม่คะนิ้งแทบไม่มีเลย เพราะว่าเมฆจะคายความร้อนออกมาทำให้อากาศอุ่นขึ้น และพื้นดินจะคายความร้อนได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นโอกาสที่อุณหภูมิยอดหญ้าจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็งก็คงยากมาก  แม่คะนิ้งจะเกิดขึ้นได้เมื่ออุณหภูมิยอดหญ้าต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิอากาศอาจจะไม่ถึง 0 องศาเซลเซียสก็ได้ อากาศอุณหภูมิประมาณ 0-8 องศาเซลเซียส ก็สามารถทำให้เกิดน้ำค้างแข็งได้แล้วถ้าเข้าตามเงื่อนไขที่ผมได้เขียนไว้ข้างต้น

 

2. ดอยอ่างขาง ไปเก็บทะเลหมอกกับแสงเช้าจุดชมวิวไหนดี

สำหรับสายท่องเที่ยวถ่ายภาพ Landscape ดอยอ่างขางมีจุดเก็บแสงเช้า กับทะเลหมอก หลักๆ อยู่ประมาณ 3 จุด แต่ละจุดก็มีความสวยงามแตกต่างกันไปแล้วแต่ใครชอบแบบไหนก็จัดเลย ส่วนต่างกันอย่างไรนั้นก็ตามด้านล่างนี้เลย

จุดชมวิวม่อนสน เหมาะกับการเก็บแสงเช้าตั้งแต่แสงสนธยา(Twilight)ไปจนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะตรงนี้จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกพอดี ซึ่งเราจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดนี้ ส่วนข้อเสียของม่อนสนคือทะเลหมอกมักจะไม่ค่อยมี หรือถ้ามีก็เป็นทะเลหมอกบาง ๆอยู่ด้านล่างภูเขาไกล ๆ เนื่องจากจุดนี้เป็นจุดรับลมหนาว เวลาลมหนาวลงมาแรงจะตีทะเลหมอกหายไปหมด ผมแนะนำให้มาถ่ายแสงเช้าที่นี่ก่อน พอหลังพระอาทิตย์ขึ้นได้ประมาณ 20-30 นาที ให้เดินทางไปเก็บทะเลหมอกที่จุดอื่นต่อได้เลย

ดอยอ่างขาง ลานกางเต็นท์ม่อนสน

ดอยอ่างขาง ลานกางเต็นท์ม่อนสน

ดอยอ่างขาง ลานกางเต็นท์ม่อนสน

ดอยอ่างขาง ลานกางเต็นท์ม่อนสน

 

จุดชมวิวซุ่ยถัง  ตรงนี้มีชื่อเรียกกันอีกชื่อว่า “แอ่งมังกร” เนื่องจากมีลักษณะเป็นหุบเขาค่อนข้างอับลม ทำให้เกิดทะเลหมอกเกือบทุกวันในช่วงฤดูหนาว เรียกได้ว่าเป็นจุดที่มีโอกาสเจอทะเลหมอกมากที่สุดของดอยอ่างขาง และกว่าทะเลหมอกจะสลายก็ 08:30-09:00 นู่น แล้วความสวยงามของ Landscape ที่นี่คือมีแนวภูเขาหินปูนเป็นองค์ประกอบฉากหลัง ผมแนะนำว่าให้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ม่อนสนก่อน เสร็จแล้วค่อยลงมาถ่ายทะเลหมอกที่นี่ก็ได้ เพราะข้อเสียของจุดชมวิวซุ่ยถังคือจะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นโดยตรง

 

ไร่สตอร์เบอรี่บ้านนอแล เรียกได้ว่าเป็นจุดถ่ายภาพมหาชน ไม่ว่าใครก็ตามที่มาอ่างขางก็ต้องมาถ่ายตรงจุดนี้ เพราะว่าบริเวณนี้จะเห็นทะเลหมอกในหุบเขาพร้อมกับไร่สตอร์เบอรี่นั่นเอง ซึ่งทะเลหมอกตรงนี้จะมีถึงประมาณ 09:00 แนะนำให้ไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นที่ม่อนสนก่อนแล้วค่อยลงมาจุดนี้ก็ได้

ดอยอ่างขาง ไร่สตรอเบอรี่ บ้านนอแล

ดอยอ่างขาง ไร่สตรอเบอรี่ บ้านนอแล

 

3.ดอยอ่างขาง ไปกางเต็นท์ชิว ๆที่ม่อนสน

“จุดชมวิวม่อนสน” นอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้วยังเป็นที่นิยมสำหรับนักแรมทางที่ชอบกางเต็นท์ เนื่องจากเป็นจุดที่มีลานกางเต็นท์กว้างมาก มีห้องน้ำบริการเยอะเพียงพอกับนักท่องเที่ยว และที่สำคัญคือสามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นได้จากหน้าเต็นท์เลย พูดง่ายๆเปิดเต็นท์มาก็เห็นพระอาทิตย์เลย หรือถ้าใครไม่จุใจอารมณ์เต็นท์คนข้างหน้าบังก็เดินไปลานชมวิวได้เลย ใกล้กับลานกางเต็นท์มากห่างกัน 50 เมตรได้

ลานกางเต็นท์ม่อนสน นับเป็นลานกางเต็นท์ที่มีความสูงที่สุดของดอยอ่างขาง ด้วยความสูงจากระดับทะเลประมาณ 1,787 เมตร และสูงกว่าอำเภอฝางประมาณ 1,300 เมตร นอกจากจะทำให้มี Landscape สวยเด็ดอลังการกว้างไกลแล้วยังแถมพกความลมแรงในตอนกลางคืนมาให้ผู้แรมทางด้วย บางครั้งลมแรงยันเช้าเลยก็มี ดังนั้นควรมีที่ยึดเต็นท์ให้ดี ๆ เพราะว่าเต็นท์ผมเคยเกือบปลิวมาแล้ว ส่วนใครขี้หนาวพกเสื้อหนาวแบบกันลมไปด้วยนะครับ ลมบนนี้แรงของจริงมาก โดยเฉพาะช่วงที่ลมหนาวลมมาแรง ๆบอกเลยว่าสุดจริง

เนื่องจากว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนของดอยอ่างขางค่อนข้างมีแสงไฟรบกวนสูงจากตัวเมืองฝาง ทำให้การถ่ายดาวได้ค่อนข้างลำบาก และจุดชมวิวม่อนสนหันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออกทำให้ไม่สามารถเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้แบบตรง ๆ ดังนั้นดอยอ่างขางอาจจะไม่เหมาะสำหรับการเก็บแสงเย็นและดาวสักเท่าไหร่ แต่อย่าพึ่งเสียใจไปจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้สักทีเดียว เรื่องของการเก็บแสงเย็นแล้วก็ยังพอสามารถเก็บได้อยู่บ้างซึ่งสามารถเก็บแสงเย็นพร้อมกับเห็นดอยหลวงเชียงดาวได้ในระยะไกลเลย ส่วนเก็บดาวอันนี้ยอมรับเลยว่าบอดจริง ๆ เอาเป็นว่าเก็บดาวบนดิน(แสงไฟเมืองฝาง)ไปแทนละกันนะครับ ฮ่า ๆ

ดอยอ่างขาง ม่อนสน ดูดาว

 

4.ชมพืชพรรณไม้เมืองหนาว ที่เกษตรหลวงอ่างขาง

สำหรับสายเที่ยวแนวถ่ายรูปเรื่อย ๆ หรือสาย Portrait แล้ว ผมว่าโครงการเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานที่ห้ามพลาดมาก เพราะด้านในมีสวนดอกไม้และพืชพรรณไม้ต่าง ๆ เยอะมาก ผมเองสาย Landscape ยังใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมงได้  ในช่วงเดือนมกราคมบริเวณนี้จะมีดอกพญาเสือโคร่งออกบานเยอะมากที่สุด และที่นี่ก็มีพันธุ์ไม้ซากุระจากญี่ปุ่นจริง ๆ มาปลูกด้วย นอกจากที่เกษตรหลวงอ่างขางจะเป็นที่เพาะพันธุ์ไม้เมืองหนาวแล้วยังเป็นอีกหนึ่งจุดของดอยอ่างขางที่มีอากาศหนาวเย็นมากในช่วงเช้าของฤดูหนาว และเหมยขาบหรือแม่คะนิ้งก็มีโอกาสเกิดที่นี่มากที่สุด หลายคนมักเข้าในผิดคิดว่าที่ม่อนสนจะมีแม่คะนิ้งให้ดู ถึงแม้ว่าม่อนสนอยู่สูงกว่าก็จริงแต่เนื่องจากเป็นจุดรับลม แน่นอนว่าลมพัดน้ำค้างระเหยหมด มันคงไม่รู้ว่าจะเอาน้ำค้างที่ไหนไปผลิตแม่คะนิ้งให้ดู ฮ่า ๆ

เกษตรหลวงอ่างขาง

เกษตรหลวงอ่างขาง พญาเสือโคร่ง

เกษตรหลวงอ่างขาง ต้นบ๊วย

 

5.สัมผัสชายแดนพม่าที่บ้านนอแล

ดอยอ่างขางเหมือนเป็นเขต Free zone เนื่องจากชาวบ้านที่นี่สามารถข้ามไปฝั่งชายแดนไทย-พม่าไปมาได้แบบไม่ต้องมีพาสปอร์ตใด ๆเลย บ้านนอแลตั้งอยู่ในเขตที่ติดชายแดนพม่า ตรงฐานปฏิบัติการบ้านนอแลจะมีลานชมวิวอยู่ซึ่งสามารถเห็นดอยผ้าห่มปกได้

ดอยอ่างขาง บ้านนอแล

 

6.ดอยอ่างขาง ไปเส้นทางไหนขับรถง่าย

ดอยอ่างขางขึ้นชื่อว่าเป็นดอยที่มีทางขึ้นน่ากลัวที่สุดเป็นลำดับต้น ๆของไทย แต่นั่นเป็นเพียงแค่ทางขึ้นเส้นทล.1249 เท่านั้น จริง ๆแล้วทางขึ้นดอยอ่างขางมีหลายเส้นทาง แต่ที่นิยมจะมี 2 ทาง ได้แก่

ทล.1249 (ฝาง-อ่างขาง) ยอมรับว่าเส้นนี้ต้องมีความชำนาญในการขึ้นภูเขา เนื่องจากมีช่วง 10 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงด้านบนดอยอ่างขาง เป็นช่วงถนนชันยาวและมีโค้งพับผ้าและชันก่อนถึงด้านบนประมาณ 4.5 กิโลเมตร แนะนำว่าขาขึ้นควรขึ้นช้า ๆ อย่าใช้รอบเครื่องสูงคุมไม่ให้เกิน 3000-4000 รอบ ใครอยากแซงให้มันแซงไปเลย ส่วนขาลงอันนี้ต้องมีประสบการณ์นิดนึง พยามใช้เกียร์ต่ำ คือใช้ 1 ไปเลยแล้วค่อยๆแตะเบรกเป็นะยะก่อนถึงโค้ง ไม่ควรลากเบรกยาวไม่งั้น เบรกเฟดแน่นอน ถ้าไปช่วงเทศกาลจะดีหน่อยมีคนส่องจานเบรกตรงล้อให้ คันไหนแดงมีกลิ่น เขาจะโบกให้หยุดในโซนปลอดภัยเลย

ทล.1178-1340 (เชียงดาว-อรุโณทัย-อ่างขาง) เส้นนี้บอกเลยว่าคนที่ไม่เคยขับรถขึ้นภูเขาก็สามารถมาได้ เหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ก็ต้องระมัดระวังนะครับ เพราะมันเป็นทางภูเขาไม่ใช่ทางปกติธรรมดา แค่มันไม่ค่อยชันเท่านั้นเอง ใครจะมาเส้นทางนี้อ่านให้ดี ๆนะครับ พอเลย อ.เชียงดาว มาสักหน่อยแล้วจะมีแยกไป ทล.1178 หรือจะมีป้ายน้ำเงินเขียนไปดอยอ่างขาง น้ำตกศรีสังวาล ให้เลี้ยวไปตามป้ายเลย แล้วให้ขับไปตามเส้น 1178 พอถึงหมู่บ้านอรุโณทัยจะมีแยกไปตาม ทล.1340 ให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายดอยอ่างขาง ขับไปเรื่อยจะไปถึงด่านบนดอยอ่างขาง หลายคนบอกว่าเส้นนี้อ้อมจริง ๆแล้วเส้นนี้มีระยะทางพอๆกับทางฝางนั่นแหละ ส่วนใครงงจริง ๆก็เปิด GPS เลยก็ได้

มีหนึ่งเส้นทางแต่เส้นนี้ปัจจุบันน่าจะปิดไปแล้ว ก็คือเส้นอำเภอฝางไปบ้านนอแล เส้นนี้โคตรสุด ใครที่ขับรถบนทางภูเขาไม่ชำนาญไม่ควรหลงมาเลย นอกจากอันตรายภูเขาแล้วเส้นนี้ยังเรียบชายแดนและเปลี่ยวด้วย